ไม่ต้องบรรยายไปดูภาพกันเลยค่ะ
http://taveeracht.multiply.com/photos/album/3/ITPC_Sushi_Class_by_Epson
มาแล้ว มาแล้ว งานของชาวไอทีพีซี กับ สปอร์ตเดย์ แอนด์ ไซเบอร์ ไนท์ ปาร์ตี้ ครั้งที่ 13 ลัคกี้ นัมเบอร์ จริงๆ ปีนี้ ช่วงเช้าถึงบ่ายเราจัดแข่งขันฟุตบอล และกีฬามหาสนุก วิ่งสามขา ณ สนามกีฬา แถวงามวงศ์วาน ต่อด้วยกิจกรรมตอนเย็นที่สนาม ททบ. 5 เช่นเดิม ด้วยการแต่งกาย ไวท์ แอนด์ ยีนส์ และพบกับความเซอร์ไพรซ์ แอนด์ ลัคกี้ มากมายภายในงานนะคะ
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2552 ที่ผ่านมาตัวแทนชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) ทางฝ่ายวิชาการได้รับเชิญจาก สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ภายใต้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
เพื่อร่วมหารือ ในการจัดเตรียมการเสวนาสือมวลชน ที่ห้องประชุม 2 สำนักงาน สบท.ซอยสายลม
ถ้าเห็นหน้าเว็บชมรมเปลี่ยนไปก็ไม่ต้องตกใจว่าโดนใครแฮคนะครับ เพราะผมทำการเปลี่ยนมันเองตั้งใจจะเปลี่นตั้งนานแล้ว แต่ที่สุดก็ต้องขอความคิดเห็นจากพี่น้องๆ อยู่ดีว่าเปลี่ยนเป็นแบบนี้แล้วดีไหม หรือจะให้เปลี่ยนเป็นอย่างเดิมก็ได้นะครับ ช่วยกันออกความคิดเห็นนิดหนึ่ง
พงษ์ศํกดิ์ เล็ก ไม่ต้องบรรยายไปดูภาพกันเลยค่ะ
http://taveeracht.multiply.com/photos/album/3/ITPC_Sushi_Class_by_Epson
มาแล้วค่ะ ภาพบรรยากาศงานประชุมใหญ่ของชมรมฯเรา ดูตามลิงค์ได้เลยค่ะ
หรือภาพบรรยากาศงาน
http://taveeracht.multiply.com/photos/album/2/ITPC_Meeting_52
เมื่อวันพุธที่ 9 ธ.ค. 52 ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้รับการบริจาคคอมพิวเตอร์มือ 2 จาก ไอที มอลล์ จำนวน 44 เครื่อง เพื่อนำไปบริจาคตามโครงการต่างๆ ของ โครงการ 1 คน 1 ความดี
ศูนย์ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาวิทยาเขตภาคพายัพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บริษัท ซอฟต์สแควร์ 1999 จำกัด CAT TOTและชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนาและกิจกรรมในโครงการไอทีวัลเลย์แม่ฮ่องสอน หวังกระตุ้นการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนในทุกมิติด้วยไอที รองรับเทคโนโลยี WiMax ที่ กทช. ได้อนุมัติให้เนคเทคทำการวิจัยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมจะเปิดให้ทดสอบการใช้งานในต้นปี 2553
ต่อตามข่าวต่อได้ที่ http://www.nectec.or.th/index.php?option=com_content&view=article&catid=373&Itemid=164&id=373
ทั้งนี้ยังได้พันธมิตร อย่าง เอสเอพี ในการบริจาค ฮาร์ดดิสก์ และ ทรัมพ์ไดรฟ์ เพื่อนำไปบริจาคให้กับน้องๆที่แม่ฮ่องสอนด้วย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง (สสส.) และชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดเสวนาหัวข้อ เวชระเบียนออนไลน์ “พบหมอไม่ต้องรอนาน ย้ายโรงพยาบาลไม่ปวดหัว” โดยมีนายแพทย์ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ กรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง, ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงศึกษาธิการ, นาย แพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทย์สภา และนายไกลก้อง ไวยากร รองผู้จัดการแผนงานไอซีที เพื่อสุขภาวะออนไลน์และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันแถลงข่าว เพื่อร่วมกันหารูปแบบและวิธีการในการพัฒนาระบบมาตรฐานสารสนเทศทางการแพทย์ และยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยของประเทศ
นพ.ฆนัท ครุธกูล ผู้จัดการศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า ในปัจจุบันปัญหาของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่พบมากที่สุดคือการรอพบแพทย์ จากสถิติของโรงพยาบาลต่าง ๆ ผู้ป่วย 1 รายใช้เวลารอพบแพทย์นานเกิน 2 ชั่วโมง และในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากอาจต้องรอพบแพทย์และใช้เวลารอรับยาตลอดทั้งวัน ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้นทำได้ 2 วิธี คือ 1.การส่งเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรคของผู้ป่วยที่จะเป็นการลดปัญหาอาการเจ็บป่วย นำไปสู่การลดปัญหาการมาพบแพทย์ ที่จะเสียซึ่งเวลาและเสียค่าใช้จ่าย 2.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการทำประวัติและการนัดหมาย ที่จะสามารถกำหนดรายละเอียดของผู้ป่วยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องค้นหาแฟ้มประวัติผู้ป่วย และก็สามารถเติมข้อมูลเข้าไปให้ถูกต้อง รวมถึงสามารถรู้สถิติสารสนเทศได้เร็วขึ้น อาทิ จำนวนผู้ป่วย, ประสิทธิภาพของยา, การเบิกจ่ายยา, ราคายา, รวมทั้งสามารถติดตามโรคต่างๆได้ อาทิ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
ดร.ปานใจ ธารทัศนวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า การนัดและรอพบแพทย์ของโรงพยาบาลหลายแห่งยังเป็นปัญหา เพราะผู้ป่วยต้องรอนานเกินกำหนด รวม ทั้งระบบไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยใช้ระบบส่งต่อที่ไม่ทันสมัย หลายโรงพยาบาลยังเป็นแฟ้มเอกสาร ซึ่งโอกาสที่ข้อมูลจะผิดพลาดจึงมีค่อนข้างสูง และจากการศึกษาวิจัยการใช้โปรแกรม “ฮอตโอเอ็กซ์” และ “ฮอตเอ็กซ์พี” ซึ่งเป็นโปรแกรมขนาดเล็ก และได้ศึกษาโดยใช้มาตรฐาน HL7 เวอร์ชั่น 3.0 เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกโดยจำลองโรงพยาบาลต้นแบบขึ้นมา 2 แห่ง ซึ่งมีการจำลองข้อมูลผู้ป่วย 20 ราย การ ทดลองปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถส่งข้อมูลของผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลหนึ่งไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่งใน เวลาที่รวดเร็ว อีกทั้งไม่จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขในระบบซอร์ฟแวร์ของทั้ง 2 โรงพยาบาล โดยข้อมูลส่วนนี้ยังสามารถปรับใช้ให้เข้ากับระบบประกันสังคมและระบบหลัก ประกันสุขภาพได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามระบบนี้คงต้องมีการพัฒนาและต่อยอดให้เข้ากับระบบโรงพยาบาลในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้โรงพยาบาลรามาธิบดีให้ความ สนใจและอยู่ระหว่างการการศึกษาขั้นตอน เพื่อพัฒนาไปสู่การใช้งานได้จริง คาดว่าอีกไม่นานโรงพยาบาลรามาธิบดีจะเป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการนำร่องใช้ระบบดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการมีความยินดีให้ความร่วมมือ พร้อมทั้งจะใช้ระบบยูดีเน็ตซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อข้อมูลพื้นฐานของทุกมหาวิทยาลัย รวมทั้งในอนาคตจะนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ในหลักสูตรของการเรียนการสอน บุคลากรด้านการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพต่อไป
นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทย์สภา กล่าวว่าทางแพทย์สภามีความยินดีที่จะมีการนำระบบสารสนเทศทางการแพทย์เข้ามาใช้ในด้านการติดต่อนัดหมายผู้ป่วยกับแพทย์ โดยจะมีการสนับสนุนและช่วยเหลือในการแก้ไขพระราชบัญญัติให้ง่ายต่อการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยที่มีต่อโรงพยาบาล เพราะในปัจจุบันแพทย์จำเป็นต้องดูแลกลุ่มผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ดังนั้นการพัฒนาระบบให้แม่นยำและสะดวกรวดเร็วจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะขณะนี้ผู้สูงอายุมีมากกว่า 6 ล้านคนหรือประมาณ 10 % เฉลี่ยแล้วผู้สูงอายุเข้ารับการรักษามากกว่า 24 ครั้งต่อปี อย่างไรก็ตามหากจะนำระบบเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้ต้องศึกษาพ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลเพราะข้อมูลผู้ป่วยไม่สามารถเปิดเผยผ่านเว็บไซด์ได้
ทางด้านนายไกลก้อง ไวยากร รองผู้จัดการแผนงานไอซีทีเพื่อสุขภาวะออนไลน์และการสนับสนุนภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการนำร่องที่จังหวัดมุกดาหารโดยใช้ระบบ เอสเอ็มเอส (SMS) ส่ง ผลตรวจผู้ป่วยและรายงานมาที่สาธารณสุขจังหวัด ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการรับรู้ข้อมูล หากนำระบบเอสเอ็มเอส มาปรับใช้ในทางการแพทย์ อาทิ การนัดพบแพทย์ แจ้งผลตรวจการติดตามเฝ้าระวังโรคเรื้อรัง การให้ความรู้ผ่านระบบเอสเอ็มเอส โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังสามารถนำระบบเอสเอ็มเอส มาเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลผู้ป่วย จะทำให้ประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเชื่อว่าระบบ เอสเอ็มเอส จะมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล
นพ.บุญชัย กิจสนาโยธิน สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อ เป็นการพัฒนาระบบสารสนเทศทางการแพทย์ของประเทศไทย สมาคมเวชสารสนเทศไทยร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (TMI) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันจัดประชุมประจำปีของสมาคมเวชสารสนเทศไทยขึ้นในวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2552 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และจัดต่อเนื่องในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งเป็นการประชุมระดับชาติด้านสารสนเทศทางการแพทย์ตามมาตรฐาน HL 7 “HL7 Standard for Health Information System” ที่ชั้น 5 อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงในวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2552 โดยเป็นการจัดการอบรมมาตรฐาน HL7 เชิงปฏิบัติการนานาชาติ : กลยุทธ์ ก้าวกระโดดสำหรับประเทศไทย ระบบเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการแพทย์ระดับชาติ ณ ห้องประชุมชั้น 21 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย อาคารวิทยาลัยการจัดการมหิดล โดยการประชุมครั้งนี้จะมีการอ้างอิงข้อมูลของมาตรฐาน HL7 เพื่อนำไปพัฒนาเชื่อมต่อฐานข้อมูลของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้จะมีการอบรมขั้นพื้นฐานให้กับโรงพยาบาลต่างๆที่เข้าร่วมประชุมสามารถนำกลับไปใช้ในโรงพยาบาลได้จริง โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-201-2211 ต่อ 237 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.hl7thailand.com