บอร์ดเอไอเอสไฟเขียวประมูล 900 MHz

“ ฐากร” มั่นใจเอไอเอสเข้าร่วมประมูลแน่ หลังบอร์ดไฟเขียว ลุ้นดูท่าทีทรูฯ ชี้ไม่ว่าใครจะได้คลื่นไปต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์กว่าพันล้านบาทชี้บทเรียนแจสเบี้ยวเงินทำให้ทราบกระบวนการฮั้วอยู่ที่สถาบันการเงิน กระทุ้งธปท.ตรวจสอบ หวั่นโครงการใหญ่มีรูปแบบการฮั้วเหมือนกัน ด้านค่าบริการเตรียมชงบอร์ด กทค.คิดค่าบริการใหม่สัปดาหน้า ด้านนักวิชาการ วิเคราะห์หากทรูฯประมูลได้จะกลายเป็นเจ้าตลาดโดยปริยาย แนะกสทช.จำกัดคลื่นต่ำกว่า 1 GHz ไม่ให้ถือครองมากเกินไป ด้านสตาร์ทอัพ ร้องรัฐบาลแก้กฎหมายเอื้อการลงทุน ทำงานอย่างจริงจัง อย่าหวังสร้างกระแส

พรเทพ(ซ้าย) ฐากร(ขวา) (Medium)

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในงานเสวนาจิบน้ำชา “ถอดรหัสบทเรียนประมูล 4G The Series” โดยชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่า การประมูลคลื่น 900 MHz ครั้งใหม่ในวันที่ 27 พ.ค. นี้ มั่นใจว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จะเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน เนื่องจากทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่า คณะกรรมการบริษัทของเอไอเอส ได้มีมติเมื่อวันนี้ (10 พ.ค.)อนุมัติให้ประมูล ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็ลุ้นว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ เพราะวันที่กสทช.ชี้แจงเอกสารการประมูล พบว่าฝ่ายบริหารระดับสูงของทรูฯเข้ามาร่วมฟังด้วย ซึ่งหากไม่สนใจเข้าร่วมประมูล ก็คงไม่ส่งผู้บริหารระดับสูงมาฟัง แต่ทางทรูฯก็ยังไม่ได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติเรื่องนี้ ทั้งนี้ไม่ว่า เอไอเอส หรือ ทรูฯจะได้ใบอนุญาตไป ทั้ง 2 รายก็จะต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ซึ่งต่างจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่หากได้คลื่นนี้ไปจะไม่ต้องลงทุนสร้างการ์ดแบนด์ เพราะเป็นคลื่นที่ติดกับคลื่นที่ดีแทคมีอยู่ในสัมปทานของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

บทเรียนที่แจสไม่จ่ายค่าประมูลครั้งนี้ มองอีกมุมในแง่ดี คือเป็นการทลายกำแพงการฮั้วโดยสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินจะกำหนดวงเงินในการเคาะการประมูล ทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลไม่สามารถเคาะราคาสูงกว่าวงเงินที่ธนาคารกำหนดได้ สิ่งที่แจสทำก็เช่นกัน เพราะแจสได้วงเงินในการเคาะราคาเพียง 4 หมื่นล้านบาท หากแจสไม่ยอมเคาะเกินวงเงิน ราคาคลื่นก็จะไม่สูงขนาดนี้ ซึ่งการประมูลโครงการใหญ่ๆทุกโครงการก็จะเป็นแบบนี้ เพราะทุกโครงการสถาบันการเงินเป็นคนกำหนดวงเงิน ทำให้คนที่ประมูลต่างก็รู้ว่าแต่ละบริษัทที่เข้าร่วมประมูลจะมีวงเงินในการประมูลเท่าไหร่ ดังนั้น กสทช.จึงได้ทำหนังสือถึง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประธานสมาคมธนาคารไทย ขอให้กำกับดูแลเรื่องนี้ด้วย

ผไท (Medium)

“การทำงานของกสทช. ผมฟังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาเริ่มต้นการประมูล การให้ทรูฯเข้าร่วมประมูลหรือไม่ ไม่ว่าผมจะตัดสินใจไปทางไหนผมก็โดนตลอด ดังนั้นผมต้องทำยังไงก็ได้ ที่ไม่ต้องโดนสอบ ไม่ต้องติดคุก เพราะการติดคุก มันติดแทนกันไม่ได้” นายฐากร กล่าว

สำหรับเรื่องการควบคุมอัตราค่าบริการ ตนเองกำลังส่งเรื่องให้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กลับไปพิจารณาใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากการกำหนดค่าเฉลี่ยที่กทค.คิดนั้น ประชาชนไม่เข้าใจ ยังมีการคิดค่าบริการที่เกินแพคเกจในราคานาทีละ 1.50 บาท อยู่ ซึ่งตนเองไม่เห็นด้วย ราคาต้องเท่ากันทั้งหมด ทุกแพกเกจ ไม่ใช่ใช้สูตรในการคิดอัตราค่าเฉลี่ยเหมือนที่ผ่านมา

เมื่อมีการแก้ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ….ฉบับใหม่ หรือ พ.ร.บ.กสทช. ใหม่ นั้น เมื่อมีการรวมคณะกรรมการจากเดิม แยกเป็นฝั่งกระจายเสียง และ ฝั่งโทรคมนาคม เป็นคณะกรรมการเดียวกันนั้น ต่อไปการออกใบอนุญาตต้องเป็นใบอนุญาตเดียวกันทั้งกระจายเสียงและโทรคมนาคม เนื่องจากเทคโนโลยีหลอมรวมกันแล้ว ที่ผ่านมามันเป็นปัญหาในการออกใบอนุญาต คนที่ได้ใบอนุญาตโทรคมนาคม ถ้าไปให้บริการ ทีวีออนไมบายล์ ก็ทำไม่ได้ ต้องไปขอใบอนุญาตฝั่งกระจายเสียงอีก ทำให้มันเดินหน้าไม่ได้

พรเทพ (Medium)

นายพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เอไอเอส คือ ผู้ที่รู้มูลค่าคลื่น 900 MHz มากที่สุด คือ เอไอเอส เพราะเป็นผู้ถือครองคลื่นเดิมอยู่ ดังนั้นการที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ชนะการประมูลจึงเป็นข่าวร้ายของเอไอเอส ดังนั้นการที่แจสตัดสินใจทิ้งใบประมูลอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เจ็บตัวน้อยที่สุด เพราะคลื่นมีมูลค่าสูงและต้องมาสู้กับคู่แข่งในตลาดที่แข็งแกร่งอยู่แล้วอีก ดังนั้นการที่เอไอเอสมีหนังสือขอซื้อคลื่นในมูลค่าที่แจสชนะประมูลก็เป็นเรื่องดี แม้ว่าจะประหลาดใจอยู่มากก็ตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอไอเอสเห็นว่าราคาเริ่มต้นการประมูลสูงเกินไป ทั้งนี้ เมื่อกสทช.ตัดสินใจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44ประกาศให้มีการประมูล จึงเป็นเรื่องดีมากกว่าการให้คลื่นกับเอไอเอส แต่อย่างไรก็ดี การที่มีคำสั่งให้ ทรูฯ สามารถเข้าร่วมประมูลได้ด้วยนั้น โดยเฉพาะกับคลื่นที่ต่ำกว่า 1GHz หากทรูฯได้ไปทั้งหมดในอนาคตทรูฯจะกลายเป็นเจ้าตลาดโดยปริยาย ดังนั้นเมื่อมองทางเศรษฐศาสตร์แล้วมันไม่เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งกสทช.ควรมีการจำกัดการถือครองคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า 1GHz ไม่ให้ถือครองมากเกินไป เพราะคลื่นที่ต่ำจะมีมูลค่าสูง นอกจากนี้กสทช.ต้องกำกับดูแลอัตราค่าบริการให้เป็นธรรมกับประชาชนด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการกำหนดอัตราค่าเฉลี่ยยังไม่เป็นไปตามที่กสทช.ประกาศยังมีการเก็บเงินเกินกว่าอัตราที่กสทช.กำหนด

นายไผท ผดุงถิ่น นายกสมาคมการค้าเพิ่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ หรือ Thailand Tech Startup Asscociation กล่าวว่าประเทศไทยมีความแปลกที่สตาร์ทอัพเริ่มต้นด้วยการผูกกับวงการโทรคมนาคม ขณะที่ต่างประเทศไม่ใช่ และประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้ายที่พูดถึงสตาร์ทอัพ แต่เมื่อรัฐบาลนำมาเป็นนโยบายหลักจึงต้องการให้รัฐบาลจริงจังในการขับเคลื่อนไม่ใช่ทำตามกระแส ปัญหาของสตาร์ทอัพไทยคือกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติ ทำให้สตาร์ทอัพคนไทยกว่า 20 บริษัท ต้องไปจดทะเบียนที่ประเทศสิงคโปร์ ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนเป็นอันดับแรก สมาคมฯต้องการให้ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่มีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐให้ได้

Admin

ผู้สื่อข่าวด้านไอที