CP Expo 2026

ซีพี–ทรู ดึงพันธมิตรโลกโชว์ Frontier Tech ในงาน CP Expo 2026

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เปิดเวทีเสวนา “The New Frontier of Technology in Action” ภายในงาน CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อสะท้อนความพร้อมของเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Tech) ที่ก้าวข้ามจากห้องวิจัยสู่การประยุกต์ใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ ชี้โอกาสประเทศไทยในการยกระดับภาคอุตสาหกรรม บริการ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและทรัพย์สินทางปัญญา

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำทัพพันธมิตรร่วมฉายภาพความก้าวหน้า 4 เสาหลักของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และเทคโนโลยีประสาทวิทยา (Neuro AI) ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนผ่านโครงสร้างธุรกิจทั้งในไทยและระดับสากล

ฮิวแมนนอยด์เร่งขยายตัวสู่ภาคบริการ วางเป้าลุยตลาดไทย

นายคุน หวง รองประธานบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง Agibot เปิดเผยว่า Agibot วางบทบาทเป็นบริษัท Physical AI ที่มุ่งพัฒนาอัจฉริยภาพ 3 มิติหลัก ได้แก่ ความสามารถด้านการเคลื่อนไหว การหยิบจับจัดการวัตถุ และการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ในสภาพแวดล้อมจริง โดยพัฒนาทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เต็มตัว แบบล้อ และหุ่นยนต์สี่ขา ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปใช้งานจริงในสายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ โลจิสติกส์ รวมถึงการเป็นหุ่นยนต์ต้อนรับในร้านอาหารและสวนสนุก

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2569 Agibot คาดว่าปริมาณการจำหน่ายจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 เท่า ของปีก่อนหน้า โดยในแผนงาน 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อผลักดันการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคการผลิต สุขภาพ และธุรกิจบริการ ผ่านการจับคู่ทักษะหุ่นยนต์ให้ตรงกับลักษณะงานจริง เช่น การขนย้าย คัดแยกสินค้า และงานบริการลูกค้า

ควอนตัมผสาน AI-คลาวด์ ปูทางสร้างขีดความสามารถองค์กรไทย

ด้านเทคโนโลยีการประมวลผลขั้นสูง นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ควอนตัมคอมพิวติ้งเป็นหนึ่งในสามขุมพลังสำคัญที่กำลังบรรจบร่วมกับ AI และระบบไฮบริดคลาวด์ แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นเชิงพาณิชย์ แต่ไอบีเอ็มได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถประมวลผลที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ (Quantum Advantage) ผ่านความร่วมมือกับสถาบันทั่วโลก รวมถึงในไทยที่มีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ Quantum Club Thailand ร่วมศึกษาทดลอง

นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังเดินหน้าโครงการ IBM Quantum Starling โดยวางเป้าหมายพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทนต่อข้อผิดพลาด (Fault-Tolerant Quantum Computing) ให้สำเร็จภายในปี 2572 ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมของไทยจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระยะยาวระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาอัลกอริทึม ซอฟต์แวร์ และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาบนโจทย์จริงของประเทศ

ดาวเทียมวงโคจรต่ำ หนุนโครงสร้าง 6G ดันไทยสู่ผู้พัฒนาโซลูชัน

นายปีเตอร์ หวง รองประธานบริหาร ฝ่ายต่างประเทศ Galaxy Space กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีดาวเทียมที่ผสานระบบสื่อสารบรอดแบนด์ การสำรวจโลก และการประมวลผลในอวกาศเข้าด้วยกัน โดย Galaxy Space ได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้วมากกว่า 50 ดวง สามารถตรวจจับพื้นผิวโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในสภาพฝนหรือเมฆหนา ซึ่งตอบโจทย์การติดตามสถานการณ์น้ำท่วม วางแผนการเกษตร และจัดการภัยพิบัติในพื้นที่เขตร้อนของไทย

ในปี 2569 บริษัทยังประสบความสำเร็จในการทดสอบเทคโนโลยี Direct-to-Cell ที่เปิดทางให้สมาร์ทโฟนทั่วไปเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยตรง และคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ระบบดาวเทียมจะหลอมรวมเป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วมของเทคโนโลยี 6G โดย Galaxy Space ได้ร่วมมือกับ ทรู และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อบ่มเพาะวิศวกรไทยและพัฒนาแพลตฟอร์มคาดการณ์ภัยพิบัติ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ซื้อไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันดาวเทียมในระดับภูมิภาค

Neuro AI ถอดรหัสคลื่นประสาท ปฏิวัติกายอุปกรณ์และการฟื้นฟู

ทางด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ นายฮวาเลียง หนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง OYMotion อธิบายว่า เทคโนโลยี Neuro AI กำลังสร้างมิติใหม่ให้วงการประสาทวิทยา โดย OYMotion ใช้เซ็นเซอร์แบบไม่ต้องผ่าตัดฝังในร่างกาย (Non-invasive Sensors) ร่วมกับโมเดล AI เพื่อถอดรหัสสัญญาณประสาทสั่งการ ช่วยให้ผู้สูญเสียอวัยวะควบคุมการเคลื่อนไหวของนิ้วมือเทียมแต่ละนิ้วได้อย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยไปแล้วกว่า 3,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบดังกล่าวไปบูรณาการร่วมกับการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) สำหรับแผนงานในอีก 3 ปีข้างหน้า OYMotion มุ่งต่อยอดสู่อวัยวะเทียมไบโอนิกที่ทำงานแม่นยำสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญของวงการสาธารณสุขไทยในการดึงเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในประเทศ

Similar Posts