ทรู

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังรัฐ-กองทัพ กางสถานีฐานช่วยผู้ประสบภัยหาดใหญ่

วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่: ทรู เปิดสถานีฐานพื้นที่สูงเป็น ‘ที่พึ่ง’ ชุมชน เร่งกู้สัญญาณ 24 ชม. ตอกย้ำความแข็งแกร่งโครงข่ายเพื่อสังคม!

หาดใหญ่, สงขลา – (27 พฤศจิกายน 2568) – ในยามที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กำลังเผชิญหน้ากับอุทกภัยครั้งใหญ่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำด้านโครงข่ายและเทคโนโลยี ได้แสดงบทบาทสำคัญในการเป็น ‘ที่พึ่ง’ ของชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยการตัดสินใจเชิงรุกและรวดเร็ว โดยเฉพาะการ เปิดพื้นที่บริเวณสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นพื้นที่สูงและปลอดภัย ให้กลายเป็น ศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับชาวบ้านที่อพยพหนีน้ำ เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการชาร์จแบตเตอรี่และใช้สัญญาณสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือการปรับบทบาทของทรัพย์สินทางธุรกิจให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมนุษยธรรมในช่วงวิกฤตได้อย่างชาญฉลาดและมีความหมาย

ทีมผู้บริหารโครงข่ายทรูฯ ได้นำทัพวิศวกรและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลุยปฏิบัติการกู้ภัยและดูแลโครงข่ายอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารในพื้นที่วิกฤตจะไม่หยุดชะงัก การเข้าถึงข้อมูลและการติดต่อประสานงานถือเป็นหัวใจสำคัญของการเอาชีวิตรอดและการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทรูฯ เข้าใจถึงความสำคัญนี้ดี จึงไม่เพียงแต่กู้คืนสัญญาณที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ยังเสริมกำลังโครงข่ายด้วยการติดตั้ง รถโมบายล์สถานีฐาน (Cell-on-Wheels: COW) ในพื้นที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ศูนย์อพยพ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และชุมชนคลองเตย ต.คอหงส์

ผนึกกำลังภาครัฐ-กสทช. เร่งแก้วิกฤตอย่างมีทิศทาง

ความช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้ดำเนินไปอย่างโดดเดี่ยว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง สะท้อนถึงรูปแบบการรับมือวิกฤตที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันแบบองค์รวม (Whole-of-Society Approach) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมมือกับ:

  1. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.)

  2. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เพื่อให้การดำเนินงานด้านโทรคมนาคมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย

  3. กองทัพไทย และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ในการเข้าถึงพื้นที่และส่งมอบความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

การร่วมมือกับ กสทช. ในครั้งนี้ยังตอกย้ำให้เห็นว่า โครงข่ายโทรคมนาคม ถือเป็น สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่รัฐและเอกชนต้องร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดภาวะ “สัญญาณดับ” ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้

มาตรการช่วยเหลือเชิงรุก: สื่อสาร-ดูแล-ส่งมอบ อย่างครอบคลุม

นอกเหนือจากการกู้คืนสัญญาณและการเปิดสถานีฐานเป็นที่พึ่งแล้ว ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังได้ขยายขอบเขตความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้ประสบภัย ดังนี้:

  • เปิดให้บริการ Free WiFi: ในหลายจุดสำคัญ เช่น ชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่, โรงพยาบาลหาดใหญ่, ศูนย์อพยพ และชุมชนคลองเตย เพื่อให้ประชาชนที่ขาดแคลนการเชื่อมต่อสามารถใช้สื่อสารได้อย่างอิสระ

  • จัดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่ฟรี: ในพื้นที่หลักที่ได้รับผลกระทบ

  • การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง: ทีมเน็ตเวิร์กยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา

  • การบริจาคและถุงยังชีพ: คณะผู้บริหารและทรูจิตอาสาได้ร่วมกันบรรจุและส่งมอบถุงยังชีพฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วยสิ่งของจำเป็นอย่าง พาวเวอร์แบงก์ (เพื่อให้ชาวบ้านสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า), อาหารแห้ง และน้ำดื่ม

  • เปิดช่องทางรับบริจาค: ทรูได้เปิดรับบริจาคพาวเวอร์แบงก์เพิ่มเติม ณ True Shop ชั้น G อาคารทรู รัชดา เพื่อส่งต่อผ่านมูลนิธิกระจกเงาไปยังผู้ประสบภัยที่หาดใหญ่ สะท้อนถึงการเป็น สะพานบุญ เชื่อมโยงน้ำใจจากส่วนกลางสู่พื้นที่วิกฤต

นัยยะทางเศรษฐกิจ: บทบาทขององค์กรขนาดใหญ่ในวิกฤต

เหตุการณ์ที่หาดใหญ่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมิติทางเศรษฐกิจที่กว้างกว่าแค่การทำกำไร แต่คือ ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ (Business Resilience) และ ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ในระดับสูง การลงทุนด้านโครงข่ายโทรคมนาคมของทรูฯ ที่มีประสิทธิภาพสูงและทนทานต่อภัยพิบัติ (Disaster-Resilient Network) ถือเป็น สินทรัพย์ที่สำคัญ ไม่เพียงต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็น เสาหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ช่วยให้การทำธุรกรรม, การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์, และการติดต่อทางธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในภาวะวิกฤต

การเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและครบวงจรของทรูฯ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า องค์กรขนาดใหญ่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ความมั่นคงทางสังคม ควบคู่ไปกับ ความมั่นคงทางธุรกิจ การปฏิบัติการเชิงรุกนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ในระยะยาว ซึ่งถือเป็น ผลตอบแทนทางสังคม ที่มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าตัวเลขทางการเงินใด ๆ

บทเรียนจากหาดใหญ่ครั้งนี้จึงเน้นย้ำว่า การลงทุนในโครงข่ายที่แข็งแกร่งและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ คือ การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่บริษัทโทรคมนาคมต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อรับประกันว่าประเทศไทยจะสามารถฟื้นตัวและเดินหน้าต่อไปได้ทันทีที่วิกฤตคลี่คลาย

ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในหาดใหญ่เป็นมากกว่ากิจกรรม CSR แต่เป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมของโครงข่าย และความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งกับภาครัฐในการรับมือกับภัยพิบัติ การเปลี่ยนสถานีฐานให้เป็นศูนย์รวมความช่วยเหลือคือการยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมไปอีกขั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นหลักประกันว่าการสื่อสารซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจจะไม่ขาดตอนในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

#TrueMoveH #ทรูช่วยหาดใหญ่ #น้ำท่วมหาดใหญ่ #โครงข่ายเพื่อสังคม #CSR #เศรษฐกิจไทย #ภัยพิบัติ #TrueCorporation #กสทช #รถCOW

Similar Posts