ทรู ทุ่มทีมลุย “สิงห์บุรี” หลังพนังกั้นน้ำพัง! กู้ชีพ 5G สู้มหาอุทกภัย!
ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corp.) ยกระดับมาตรการรับมือวิกฤตน้ำท่วมภาคกลางครั้งใหญ่ ส่งทีมวิศวกรและเทคโนโลยีสุดล้ำลงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่พนังกั้นน้ำพังในสิงห์บุรี เพื่อให้มั่นใจว่าสัญญาณ 5G/4G และอินเทอร์เน็ตยังคงคุณภาพสูงสุด เป็น “สายใย” สื่อสารที่ขาดไม่ได้ในยามวิกฤต พร้อมประสานภาครัฐช่วยประชาชนให้รอดพ้นสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จังหวัดสิงห์บุรี ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำทะลักรุนแรงขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พนังกั้นน้ำพังทลาย บริเวณอำเภออินทร์บุรีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ True Corp. (ชื่อบริษัทใหม่หลังการควบรวม) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ ได้แสดงบทบาทสำคัญในการเป็น “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ” ด้วยการส่งทีมวิศวกรเครือข่ายเข้าตรวจสอบและดูแลสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน ทีมงานได้ใช้ เรือท้องแบน เข้าไปสำรวจสถานีฐานที่น้ำท่วมสูง บริเวณใกล้วัดดอกไม้ จังหวัดสิงห์บุรี
การยกระดับความปลอดภัยและแผนฉุกเฉินรับมือน้ำท่วม
แม้การตรวจสอบเบื้องต้นจะพบว่า อุปกรณ์สื่อสารหลักยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ทรูฯ ได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และประสานงานกับ การไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุ ไฟฟ้ารั่ว ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
มาตรการฉุกเฉินที่ทรูฯ ได้เตรียมการรองรับสถานการณ์อย่างรอบด้านครอบคลุมถึง:
-
เสริมกำลังไฟฟ้าสำรอง: จัดเตรียม เครื่องปั่นไฟ และ น้ำมันสำรอง รวมถึง แบตเตอรี่สำรอง เพื่อให้สถานีฐานยังคงทำงานได้แม้ไฟฟ้าจะถูกตัด
-
รถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell on Wheels: COW): เตรียมพร้อมนำรถ COW เข้าเสริมสัญญาณใน จุดวิกฤต ที่อาจมีผู้ประสบภัยรวมตัวกัน หรือจุดที่โครงข่ายหลักได้รับผลกระทบ
-
ทีมซ่อมบำรุงฉุกเฉิน: เตรียมทีมงานพร้อมยานพาหนะเฉพาะกิจ เช่น รถ 4WD และ เรือท้องแบน เพื่อเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและซ่อมบำรุงได้อย่างรวดเร็ว
พลัง AI Network Monitoring จาก BNIC คุมเครือข่าย 24 ชม. ไม่ให้ขาดการติดต่อ
ในส่วนของการบริหารจัดการเครือข่าย ทรูฯ ได้ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาช่วยในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ โดย ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ของทรู ยังคงทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
BNIC ใช้ระบบ AI Network Monitoring ในการตรวจสอบและบริหารจัดการเครือข่ายแบบ เรียลไทม์ (Real-time) ระบบนี้มีความสามารถในการตรวจจับความผิดปกติและบริหารจัดการทราฟฟิก (Traffic) ของสัญญาณ เพื่อให้ โครงข่ายสื่อสารทั้งมือถือ (5G/4G) และอินเทอร์เน็ตบ้าน สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องด้วย ประสิทธิภาพสูงสุด ในทุกสถานการณ์วิกฤต
การใช้ AI ในการบริหารจัดการเครือข่ายถือเป็น กุญแจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจโทรคมนาคมสามารถรักษาเสถียรภาพของบริการได้ แม้ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือ ติดตามข่าวสาร และยืนยันความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวอย่างสูงสุด
True Corp. ร่วมมือ กสทช. และ ปภ. บรรเทาทุกข์
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยได้ทำงานร่วมกับ สำนักงาน กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ), กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายหลักในการ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และ รักษาความต่อเนื่องของระบบสื่อสาร ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม การรักษาระบบสื่อสารให้คงอยู่ไม่เพียงแต่เป็นการอำนวยความสะดวก แต่ยังเป็น เครื่องมือสำคัญในการจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอีกด้วย
บทสรุปเชิงเศรษฐกิจ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน แผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan – BCP) และการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย
ความพร้อมในการรับมือและลงทุนในระบบสำรองฉุกเฉินเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ถือเป็น จุดแข็งเชิงการแข่งขัน และ ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่สำคัญในยุคที่การเชื่อมต่อสื่อสารคือหัวใจของการใช้ชีวิต
#TrueCorp #ทรูคอร์ปอเรชั่น #น้ำท่วมสิงห์บุรี #ภัยพิบัติ #โครงข่าย5G #กู้ชีพสัญญาณ #เศรษฐกิจสู้ภัย #CSRTrue #BNIC #CellonWheels #อุทกภัย2568

